
ที่จริงตั้งใจจะเขียน entry นี้ ตั้งแต่ วันเสาร์ ที่ 17 ธค.แล้ว แต่ พอดีเกิดปัญหา
กับ exteen ซะก่อนเลยต้องขอนำมาลงในวันนี้นะคะ
วันนี้(17 ธค.) เมื่อปีที่แล้ว...เป็นวันสำคัญวันนึง ของครอบครัวที่พวกเราไม่เคย
จะลืมเลย...เป็นวันแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง ที่ครอบครัวของเราได้
เคยประสบมา...
ยังจำวันแรกที่ครอบครัวของเราต้องต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยความรู้สึกเหมือน
"เขา"เป็นอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องเป็นภาระในการเลี้ยงดู...ได้เป็นอย่างดี...
ที่มาที่ไปของเรื่องราวความผูกพันนี้...เกิดขึ้นมาจากน้องสาวของดิฉันที่ได้รับ
โควต้าไปเรียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่เชียงใหม่..ได้รับลูกหมาตัวนึงจากเพื่อน
มาเลี้ยงไว้ และด้วยความคิดอะไรก็ไม่อาจจะทราบได้...เธอตั้งชื่อมันว่า "ก๊อง"
ใช่แล้วค่ะ ดิฉันพิมพ์ไม่ผิดหรอก...มันชื่อว่า ก๊อง จริงๆ...(ต้องขอโทษด้วยค่ะ
ถ้าชื่อนี้เผอิญไปตรงกับใคร)
แต่หลังจากที่เธอ รับมันมาเลี้ยงอยู่ได้แค่ 3 เดือน...น้องสาวของดิฉันก็เรียนจบ
และเป็นความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องนำ"ก๊อง"กลับมาที่บ้านด้วย...เพราะ
น้องสาวดิฉันไม่อาจจะทำใจทิ้งมันไว้ได้
การเดินทางโดยมีลูกหมาตัวนึง..ขึ้นมาอยู่บนรถของเราและเป็นการเดินทาง
ที่ค่อนข้างจะยาวนานมากๆ เนี่ยมันทรมานและทุลักทุเล มากๆ เลยนะคะ...
(ทั้งคนทั้งลูกหมา เลยล่ะค่ะต้องจอดรถพักเป็นระยะๆ เกือบจะตลอดเวลา)
แต่ในที่สุดเราก็ผ่านพ้น การเดินทางอันแสนจะทรมานมาได้...
ช่วงแรกๆ ที่มาอยู่ด้วยกันที่บ้านเนี่ย..เจ้าก๊อง ดูจะไม่สนใจใครเลยนอกจาก
น้องสาวของดิฉันเพียงคนเดียว...แต่ ก็เป็นแบบนั้นอยู่ได้ไม่นาน...มันก็เริ่ม
เข้ากับคนอื่นๆ ในบ้านได้...โดยเฉพาะ กับแม่ของดิฉัน...ซึ่งพักหลังๆ
ผูกขาดตกเป็นผู้เลี้ยงดู มันอย่างเต็มอกเต็มใจ...สองชีวิต(แม่และก๊อง)เริ่ม
ผูกพันกันมากขึ้นเนื่องมาจาก ทั้งดิฉันและน้อง ต่าง ก็จะต้องเดินไปตามทาง
ชีวิตของตนเอง ในการหางานทำ และแยกบ้านออกมา...ซึ่งเป็นแค่ครั้งคราว
เท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวและเจ้า น้องชายคนเล็ก(ก๊อง)
ซะที...
เวลาที่ได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน...ช่างเป็นเวลาแห่งความสุข..ก๊อง กลายเป็นที่รัก
ของทุกคนในบ้าน..ด้วยความขี้เล่นและช่างประจบประแจงของมัน...เวลาที่ฉัน
ลงไปนั่งขัดสมาธิที่พื้นบ้าน...มันจะวิ่งรี่ เข้ามาหาทันที พร้อมกับพยายามที่จะ
เอาตัวของมันทั้งตัว..ขดเป็นวงกลม เพื่อที่จะได้สามารถขึ้นมานั่งอยู่บนตัก
ของดิฉันได้...ลองนึกภาพดูสิคะ...หมาตัวอ้วนๆ ตัวนึงพยายามจะนั่งทำตัวเอง
ให้เล็กที่สุดเพื่อที่จะได้ขึ้นไปอยู่บนตักของคุณน่ะ...ภาพมันจะน่ารักขนาดไหน..
เวลาผ่านพ้นไป....3 ปีแล้วค่ะ...ที่มันอยู่กับเรา...ไม่มีวี่แวว เลยซักนิดว่ามันจะ
จากเราไปเร็ว...อย่างไม่มีวันหวนกลับ...1 เดือนก่อนวันแห่งความสูญเสียนั้น...
แม่พบว่า ก๊อง เริ่มที่จะไม่กินอะไร ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมันเป็นหมาที่ค่อนข้าง
จะกินเยอะมันเริ่ม เซื่องซึม และหมดแรงเอาง่ายๆ แม้เพียงแค่เดินจาก
หน้าบ้าน เข้ามาในบ้าน...มันเปลี่ยนไปมากค่ะ...
แม่รีบพามันไปโรงพยาบาลสัตว์...สิ่งที่หมอบอกมา แม่แทบที่จะไม่เชื่อหูตัวเอง...
หมอบอกว่ามันเป็น โรคพยาธิในหัวใจ...ซึ่งพาหะ นั้นเกิดจากยุงที่กัด และปล่อย
เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นเมื่อเลือดเข้าสู่หัวใจเชื้อของพยาธิก็เข้าไปฝังตัว
และเติบโต..ทำให้ไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงออกมา...กลไกการทำงานของ
หัวใจจึงผิดปกติเมื่อแม่เล่าให้พวกดิฉันฟังนั้น..ดิฉันก็แทบจะไม่เชื่อเหมือนกัน
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่ดูแลมันอย่างดีมาก...ให้มันอยู่กับแม่ตลอดเวลา
เวลานอนก็จะมีมุ้งครอบ..แต่มันก็โชคร้ายเพียงเพราะโดนยุงตัวเดียวที่มีเชื้อกัด
แม่ได้ปรึกษากับหมอถึงวิธีรักษาโรคนี้...แต่หมอก็บอกได้เพียงว่า คงทำได้แค่
ถ่ายเลือดมัน เพื่อยื้อเวลาให้มันอยู่กับเราให้ได้นานที่สุดซึ่งหมอก็บอกไม่ได้
เหมือนกันว่า จะยาวนานแค่ไหน...เวลาที่ดิฉันได้กลับไปเยี่ยมมันนั้น...
ดิฉันพยายามทำตัวให้ร่าเริง เล่นกับมัน...แม้จะรู้สึกเศร้าใจอย่างมากที่เห็น
มันเปลี่ยนไป..ทุกๆ ครั้ง ที่ดิฉันกลับบ้าน ...มันจะต้องวิ่ง เข้ามา
แล้วกระดิกหางแรงๆ กระโดด ตัวลอย เข้ามาหา...แต่วันนี้...มันนอนซม
อยู่บนที่นอน...ครั้นมองเห็นดิฉันมันก็พยายามจะลุก..แต่มันลุกขึ้นไม่ได้..
ทำได้แค่เพียง...โบกหางของมันอย่างแผ่วเบา เท่านั้น..มีเพียงแต่แววตา
ของมัน...ที่ดิฉันมองเห็นว่าเป็นประกายของความดีใจแค่ไหน ที่ดิฉันกลับบ้าน..
มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ...
และแล้ว...ในคืนวันที่ 17 ธันวาคม 2547 นั้น....เวลาของเหตุการณ์ที่เรา
ไม่เคยคิดอยากจะให้มันเกิดขึ้นก็มาถึง...
เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว...ก๊องยังนอนอยู่หน้าบ้าน (ตั้งแต่มันไม่สบาย มันก็
ไม่ค่อยชอบนอนในบ้าน มันจะออกไปอยู่นอกบ้านตลอดวันและทุกๆ
คืนแม่จะไปอุ้มมันเข้ามานอนในบ้าน)...แม่เห็นว่าได้เวลาที่มันจะต้อง
เข้ามานอนพักผ่อนแล้ว..แม่จึงออกไปอุ้มมันเข้ามาเหมือนๆ กับทุกคืน
แต่คืนนี้...ไม่เหมือนกัน...หลังจากที่แม่อุ้มมันแล้ว แม่สังเกต เห็นว่ามัน
ดูเหนื่อยและ หอบผิดปกติ...เริ่มหายใจแรง...แม่จึงรีบวางมันลงกับพื้น
และเรียกมัน...บอกกับมันว่า ต้องเอามันเข้าบ้านนะ...เพราะไม่งั้น
มันจะโดนยุงกัดอีก มันก็ยอมให้แม่อุ้มอีก...จนพามันเข้ามาในบ้าน...
มันก็เริ่มหอบอีกครั้ง...แล้วคลานเข้าไปอยู่ใต้เก้าอี้ไม้..แม่กับพ่อ
เริ่มมองเห็นอาการผิดปกติ ของมันอีกครั้ง...มันหายใจแรง...
แล้วก็หอบไปทั้งตัว...ทั้งแม่และ พ่อ เริ่มใจเสีย...แม่เล่าให้ฟังว่า..
มันมองดูหน้าแม่..เหมือนกับพยายามจะบอกให้แม่ช่วยมัน...
แม่ก็ทำได้แค่วิ่งเข้าไปหามันลูบตัวมันและปลอบโยน...แต่คราวนี้
มันไม่ดีขึ้นเลย...มันแหงนหน้ามองดูแม่อีกครั้งสายตาวิงวอน
เป็นครั้งสุดท้าย...เสียงลมหายใจเริ่มขาดช่วง..มันหายใจแรง
เฮือกสุดท้ายแล้วก็คอพับลง...ตายอยู่ในอ้อมกอดของแม่นั้นเอง...
แม่ก็เอาแต่เสียใจและโทษตัวเอง...บอกว่าถ้าวันนั้น
แม่ยอมให้มันนอนอยู่ที่เดิม..ไม่ฝืนอุ้มมันเข้ามาในบ้าน...
จนมันเหนื่อยเกินไป...มันก็อาจจะอยู่กับเราต่อไปได้อีก...
ซึ่งดิฉันและทุกๆ คนในบ้านก็คอยปลอบและบอกแม่อยู่ตลอดเวลา
ว่าแม่ทำดีที่สุดแล้ว...มันคงถึงเวลาของมันที่จะต้องพ้นความทุกข์
ทรมานกับโรคภัยที่มันเป็นอยู่แล้ว...
ต่อจากนี้...ไม่มีอีกแล้ว...ผู้ที่เป็นที่รักของทุกคนในบ้าน...ไม่มีสายตาขี้เล่น
ที่เคยมองมาเวลาเล่นด้วยกัน...ไม่มีหางเป็นพวงที่สวยงามยามที่พยายาม
ขดตัวเพื่อจะมานั่งอยู่บนตัก...ไม่มีขนหมาที่ร่วงอยู่บนพื้นตลอดเวลา
ให้แม่ต้องตามกวาด...ไม่มีจมูกยาวๆ ที่มาซบตรงบ่าของดิฉันเวลาที่ดิฉัน
กอดมัน....
ศพของมันถูกวางลงในกล่องไม้อย่างดี...พ่อเป็นคนเอามือลูบปิดตามันลง...
บอกให้มันไปดี.....แม่ห่มผ้าที่มันเคยใช้อยู่เสมอให้มันเป็นครั้งสุดท้าย...
ร่างของมันถูกฝังอยู่ที่สวนข้างบ้านที่มันชอบเข้าไปวิ่งเล่นนั่นเองมันจากไปแล้ว
จากเราไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ....

ชื่อเพลง/Title : ในทุกๆ วันที่ฉันยังหายใจ
อัลบัม/Album : Alive
ศิลปิน/Artist : เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์
อยากจะพบ อยากไปหา
อยากจะเห็น หน้าเธอทุกๆวัน
แม้ตอนนี้ เธอและฉัน
จะไม่เหมือน เมื่อวันที่รักกัน
ก็ตัวฉันนั้นยังคิดถึงเธอ
อยู่ในทุกวันที่ฉันยังหายใจอยู่
อยากจะพบ อีกสักครั้ง
อยากบอกรัก ให้เธอได้ฟัง
อยากจะหมุน นาฬิกา
ให้เวลา ของเราย้อนกลับหลัง
* เพราะตัวฉันนั้นยังคิดถึงเธออยู่
ในทุกๆ วันที่ฉันยังหายใจอยู่
** แล้วเธอคิดถึงฉันบ้างไหม
คิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า
ส่วนฉันคิดถึงแทบทนไม่ไหว
แล้วเธอเคยคิดที่จะเปลี่ยนใจ
กลับมาบ้างมั้ย กลับมาให้ฉันกอดอีกครั้ง
(*,**)
แล้วเธอคิดถึงชั้นบ้างไหม
คิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า
ฉันคิดถึงแทบทนไม่ไหว
แล้วเธอคิดที่จะเปลี่ยนหัวใจ
กลับมาบ้างมั้ย
กลับมาให้ฉันกอด อีกครั้ง